เช้าวันนั้น ทันทีที่ หลวงตา ฯ ได้เกริ่น หลังจากที่ท่านฉันจังหันว่า วันนี้เราจะไปเยี่ยมเสือ
บรรดาสานุศิษย์ต่างi รีบกุลีกุจอเตรียมติดตามไปกับขบวนรถของท่าน เพราะหลวงตาฯมาที่นี่
ที่วัดป่าหลวงตามหาบัว ฯ
จะเห็นท่านมีความสุขร่าเริงใจในท่ามกลางสัตว์ป่ามากมาย โดยเฉพาะเสือถึง 14 ตัว เสือเหล่านี้ก็มีบุญ ที่หลวงตาฯ ท่านเมตตามาเยี่ยมและพูดถึงบ่อย ๆ และหลวงตาท่านได้เมตตาลูบหัวพวกเขาหลายครั้ง โดยเฉพาะเจ้าเสือเหิรฟ้า ได้ถ่ายรูปกับหลวงตาและพระอาจารย์จันทร์เป็นประจำ
พระอาจารย์จันทร์ท่านได้ปล่อยเสือหลายตัว เพื่อมาต้อนรับหลวงตาถึงหน้าประตูวัด จากนั้นหลวงตาได้ลงจากรถและเดินไปพร้อมกับเหล่าเสือทั้งหลายนั่นเอง
เป็นภาพที่หาดูที่ไหนไม่ได้ในโลก หลวงตาท่านได้ถามพระอาจารย์ถึงเจ้าเลียงผา ( ชื่อบรรพต หลวงตาเคยเจอมันทุกครั้งที่ท่านมา มีครั้งหนึ่งหลวงตาจะกลับก็บอกมัน มันเดินตามหลวงตาพร้อมน้ำตาไหลพรากให้ทุกคนได้เห็น) พระอาจารย์กราบเรียนหลวงตาว่ามันไปมีแฟนอยู่บนภูเขาแล้วไม่ค่อยเข้ามาในวัด มันเคยกลับมาหาท่านหนหนึ่งเพราะแฟนมันไม่สบาย พอหายดีก็กลับขึ้นเขาไป
เรื่องนี้ก็หาฟังที่ไหนไม่ได้ในโลกเช่นกัน
เมื่อหลวงตาท่านเดินมาพักที่ศาลาใหญ่ ท่านยังได้เมตตาแสดงธรรม .. เพราะ
ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่กว่าธรรม
เป็นธรรมะที่หาฟังที่ไหนไม่ได้ในโลก.. ธรรมะป่า.. โดยพระหลวงตาพระป่าพระอริยะ.. ในวัดป่า
ท่ามกลางเสียงเสือ.. เสียงนกยูง แม้กระทั่งบนศาลาใหญ่ยังมีนกยูงตัวหนึ่งมาเดินวนเวียนและนั่งฟังเทศน์อยู่ด้วย.. ไม่มีที่ไหนในโลกอีกเช่นกัน
ก่อนจะกลับ หลวงตาท่านได้กล่าวว่า .. เรามาเพราะเราห่วงเสือต่างหาก กลัวจะบกพร่องขาดแคลนท่านจันทร์เราไม่ห่วงท่านแล้ว หลวงตาท่านยังเมตตาสบทบเงินให้ได้จำนวนถึง 33,120 บาท ให้พระอาจารย์ไว้เป็นค่าอาหารสัตว์ป่าทั้งหลาย
พวกเราคณะศิษย์ทุกคนที่ได้ร่วมขบวนมากับหลวงตา ต่างพูดด้วยความประทับใจว่า วันนี้พวกเรามีบุญจึงได้มาวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน
ชื่อวัดที่หลวงตาท่านให้ชื่อเดียวกับท่าน จนเป็นที่รู้จักกันดีในต่างประเทศว่า วัดเสือ .. วัดแห่งเมตตาธรรมต่อสัตว์ป่า ซึ่งเป็นวัดแห่งเดียวในโลก