|
นิทานแฝงคติธรรม
หลวงตาพระมหาบัวฯ เล่าเรื่อง
"พระเกิดเป็นตัวเล็น"
หลวงตาพระมหาบัวฯ เล่าเรื่อง "พระเกิดเป็นตัวเล็น"
ธรรมพระพุทธเจ้าเลิศเลอขนาดไหน คิดดูซิตั้งแต่เป็นเล็น เล็นตัวเล็กตัวใหญ่ขนาดไหน
นี่ยกตัวอย่างมาย่อๆ พระติสสะ โยมอุปัฏฐากท่าน เอาผ้ามาบังสุกุลถวายท่าน
ท่านก็เลยตัดจีวรเย็บจีวร ย้อมเสร็จเรียบร้อยแล้วเอาผ้าตากไว้ พอกลางคืนมาเกิดอุบัติเหตุปัจจุบันทันด่วน
ตายเสียกลางคืนนั่น ผ้าที่ย้อมไว้เรียบร้อยแล้วนี้ ตากไว้ยังไม่ได้ใช้เลย
ตายแล้วแทนที่จะไปสวรรค์นิพพานไม่ยอมไป สวรรค์นิพพานสู้ผ้าจีวรผืนนี้ไม่ได้เลย
พระติสสะมาห่วงผ้าจีวรผืนนี้ ที่ยังไม่ได้ใช้ ตายแล้วปั๊บมาเกิดเป็นเล็นอยู่ในจีวร
นั่นเห็นไหมล่ะ แทนที่จะไปสวรรค์นิพพานไม่ยอมไป คุณค่าของสวรรค์นิพพานเวลานั้นสู้จีวรผืนเดียวนี้ไม่ได้
ตายแล้วต้องมาเป็นเล็น เกาะอยู่ในจีวรหึงหวงอยู่ในจีวร เพราะถือว่าจีวรนี้ยังไม่ได้ใช้
จีวรนี้เป็นของเราๆ ยังไม่ได้ใช้ ตาย เลยกลายเป็นเล็นไปเกาะอยู่ที่จีวร
ไม่มีใครเห็นนี่นะ
พระพุทธเจ้าเสด็จมาเลยเทียว รับสั่งเลยทันที ใครอย่าไปแตะนะจีวรผืนนี้น่ะ
เห็นไหมล่ะ นั่นล่ะเห็นไหมญาณของพระพุทธเจ้า คนทั้งโลกใครเห็นเมื่อไรเล็นตัวนั้น
พระพุทธเจ้าเสด็จมารับสั่งเลยว่า จีวรของพระติสสะตากไว้นี้ใครอย่าไปแตะนะ
เวลานี้พระติสสะตายแล้วไม่มีอะไรเลิศยิ่งกว่าจีวร มาเกาะอยู่จีวร เป็นเล็นเกาะอยู่จีวรใครอย่าไปแตะ
เวลานี้พระติสสะเป็นเล็นกำลังหึงหวงในจีวร ตายแล้วมาอยู่จีวรก็มาหึงหวงอยู่นั้น
ใครอย่าไปแตะ พระติสสะจะถือว่ามาแย่งกรรมสิทธิ์ของตน ไปฉุดไปลากไปเอาของตนมาจะโกรธจะแค้น
ตายแล้วจะลงนรก พระติสสะตายแล้วจะลงนรก เมื่อมีพระมีใครไปจับเอามา
เพราะหึงหวงมาก จึงบอกไว้ว่าใครอย่าไปแตะ ตากไว้นั้นก็ให้ทิ้งไว้อย่างนั้นเลย
พอถึงเวลาท่านก็จะรับสั่งเอง
ทีนี้ได้ ๗ วันหรือไง เล็นตัวนั้นก็ตาย
ตายแล้วก็ไปสวรรค์ละที่นี่ หายห่วงกับจีวรผืนนี้ ได้เกาะก็เอา
ไม่ได้ใช้ได้เกาะก็เอาจีวรผืนนั้น ตายแล้วได้ไปสวรรค์ พระองค์เสด็จมารับสั่งเลย
เอ้า ทีนี้จีวรผืนนี้ใครจะแจกจะจ่ายไปหาองค์ไหนที่มีจีวรชำรุดทรุดโทรม
ก็แจกได้แล้ว พระติสสะตายแล้วไปสวรรค์แล้ว เป็นยังไงสวรรค์มีหรือไม่มีเอาอีกตอนนี้น่ะ
แต่ก่อนห้ามไม่ให้ไปแตะตายแล้วจะตกนรก กลัวเล็นตัวนี้คือพระติสสะนี่ตายแล้วจะตกนรก
ซึ่งกำลังหึงหวงอยู่เวลานั้น ทีนี้พอเล็นนี้ตายแล้วไปสวรรค์แล้ว ก็มารับสั่งบอก
เอ้า ที่นี่จีวรนี้ให้แจกกันได้แล้ว พระติสสะตายจากเล็นนี้ไปสวรรค์แล้วเวลานี้
นั่นเห็นไหม นั่นละตาญาณของศาสดา เห็นไปหมด ใครเห็นที่ไหน
เรื่องจิตขอให้มันรู้เข้ามาซิ มันจะรู้ของมันไปหมดนั่นแหละ
เรื่องความรู้ในธรรมทั้งหลายนี้ไม่เหมือนโลกนะ ผิดกัน โลกรู้เข้ามานี้มันอัดอั้นตันใจอยากพูดอยากจาอยากโม้อยากคุย
แต่เรื่องธรรมรู้เป็นรู้ผ่านๆๆ ไม่มีอารมณ์ เมื่อเข้ามาสัมผัสจับปั๊บออกมาพูดเสียเท่านั้นๆ
เอง ต่างกันอย่างนี้ละ พากันจำเอา นี่ละอำนาจของจิตขอให้ฝึกฝนเถอะน่ะ
จะเป็นไปเต็มสุดหวี่ยงของตัวเอง นิสัยวาสนาของตัวเองมีขนาดไหน
จะออกสุดเหวี่ยง รู้สุดเหวี่ยงของตัวเองนั่นแหละ ครั้งนั้นกับครั้งนี้สดๆ
ร้อนๆ เหมือนกัน ธรรมพระพุทธเจ้าสดๆ ร้อนๆ ตลอดมา ปฏิบัติก็ต้องรู้เห็นตามนี้
สดๆ ร้อนๆ ตลอดมาเหมือนกันนั่นแหละ และตลอดไปด้วย ให้พากันตั้งใจประพฤติปฏิบัติ
อย่าเห็นแต่กองมูตรกองคูถว่าเป็นของดิบของดี ขยี้ขยำมันอยู่ มีแต่ขยี้ขยำกองมูตรกองคูถ
นึกว่าเป็นทองคำทั้งแท่งพวกนี้น่ะ เข้าใจ เอาละวันนี้พูดเพียงเท่านั้นละพอ
ตอนที่ไปไม่ได้ทีแรกก็คงเป็นเพราะความห่วงใยนั่นเอง
จึงต้องมาเกิดเป็นเล็น แต่เวลาจะตายจากความเป็นเล็นนี้คงหายห่วงแล้ว
จึงไปสวรรค์ได้ นี่เป็นเรื่องของพระพุทธเจ้าตรัสไว้มีใน "ธรรมบท"
ซึ่งเป็นพยานทางด้านจิตใจอย่างชัดเจน นี่แหละความเกาะความห่วงใย
เหมือนกับสัตว์ตัวกำลังรออยู่ปากคอก เช่น วัวเป็นต้น จะเป็นตัวเล็กตัวใหญ่
ตัวผู้ตัวเมียก็ตาม ตัวไหนอยู่ปากคอกตัวนั้นต้องออกก่อน จิตใจขณะใดที่จะออกก่อนได้
จะเป็นฝ่ายต่ำฝ่ายสูงก็ออกแสดงผลก่อนได้ เรื่องความจริงเป็นอย่างนั้น
ท่านจึงสอนให้ระมัดระวัง เพราะจิตเป็นของละเอียดและไม่มีกำลังโดยลำพังตนเอง
ต้องอาศัยสิ่งอื่นผลักดัน เช่น ฝ่ายต่ำผลักดัน ฝ่ายสูงพยุงส่งเสริม
ให้เป็นอย่างไรก็เป็นไปได้
เราจึงต้องสั่งสมความดีอันเป็น "ฝ่ายสูง" ให้มาก
ๆ เพื่อจะผลักดันหรือส่งเสริมไปในทางดี กระทั่งจิตหมดสิ่งผลักดันโดยประการทั้งปวงแล้ว
ไม่มี "ฝ่ายต่ำ" "ฝ่ายสูง"หรือว่า "ฝ่ายดี" ฝ่ายชั่ว" เข้าเกี่ยวข้อง
จิตเป็นอิสระโดยลำพังแล้วนั้นจึงหมดปัญหาโดยสิ้นเชิง
นั่นท่านเรียกว่า "จิตบริสุทธิ์"
โปรดติดตาม.. พระธรรมเทศนา
ของหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ได้ที่ www luangta.com
Radio..FM 103.25 Mhz. & FM 93.25 Mhz.
|