ตอนหนึ่งของพระธรรมเทศนา
โดยหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน พุทธศักราช
๒๕๔๙
.....เรื่องวัดนี้เขาจะถวายเรามากต่อมากนะ แต่เรารับไม่ได้เพราะเหตุนี้ละ
ต้องหาตัวตั้งตัวตีมายืนยันรับรองวัดนี้ให้เป็นสารประโยชน์ต่อไป
เราจึงรับ รับแล้วก็ต้องหาพระมา นี่ก็ให้ท่านอุทัยไปก็เหมาะสมแล้ว
อย่างวัดอาจารย์เจี๊ยะ ปทุมธานี ก็เราไปนิมนต์อาจารย์เจี๊ยะมา
เขาถวายที่ วัดภูริทัตตะนั่นละ แล้วก็นิมนต์อาจารย์เจี๊ยะมา ท่านก็รับให้
ทีนี้วัดป่าหลวงตาบัว วัดเสือ นั้นก็นิมนต์ท่านจันทร์มา เขาถวายที่ไหนเมื่อเรารับแล้วเราต้องเป็นตัวรับรองหาพระมา
ที่วัดเสือนั้นก็ได้ท่านจันทร์ เข้ากันได้ดีนะ
ท่านจันทร์ท่านเมตตาสัตว์ เดี๋ยวนี้สัตว์อยู่ในป่าลงมาเอง อยู่ในภูเขานู่นน่ะ
ลงมาในวัดมากินกับวัดเหมือนสัตว์บ้านเลย เป็นอย่างนั้นละ ที่ว่าวัดป่าหลวงตาบัว
อยู่ที่เมืองกาญจน์ เต็มวัด อยู่ในภูเขานั่นลงมา ตอนเช้าหมูเป็นหลายร้อยตัว
นกยูงก็เป็นร้อยๆ หลั่งไหลลงมา ท่านจัดอาหารเลี้ยงให้หมด พอกินอิ่มแล้วไหลขึ้นไปบนภูเขาหมดเลย
ตอนเย็นๆ ถึงจะด้อมๆ ลงมาอีก ตอนเช้านี้มามืดแปดทิศแปดด้านพวกหมู
นี่ให้พอๆๆ ทั้งที่ว่าเป็นพื้นก็คือว่านกยูงกับหมู ตอนเช้านี้ให้พอเลย
แล้วเวลาอื่นๆ ก็มีไว้ ลงมาจากไหนๆ ก็มากินที่นั่นๆ อันนี้ก็ดีอันหนึ่งนิสัยท่าน
ท่านจันทร์เข้ากับสัตว์ได้นะ เสือตั้ง ๙ ตัว ๑๐ ตัว เวลานี้อยู่วัดท่านจันทร์
ท่านเลี้ยงไว้จนกระทั่งเสือ นั่นอำนาจความเมตตา นี่เราก็รับ รับแล้วก็นิมนต์ท่านจันทร์มา
ท่านก็รับให้ มาอยู่ที่นี่ก็พอดีเลยเป็นโรงเลี้ยงสัตว์ไป วัดป่าหลวงตาบัวกลายเป็นโรงเลี้ยงสัตว์นะ
เต็มหมด อยู่ในภูเขาไม่เคยเห็นม้าป่าลงมา ม้าป่าเราก็ไม่เคยเห็น
นี่มาจากภูเขานะนี่ว่างั้น มากินอยู่กับคน ไม่สนใจกับคนเหมือนสัตว์บ้านนะ
สัตว์ที่ออกมาจากภูเขาลงมากินนี้กลายเป็นสัตว์บ้านไปหมด นี่อำนาจแห่งเมตตาธรรมสัตว์ก็ไม่กลัว
เต็มวัด ตัวไหนอยากกินเมื่อไรก็มา
ตอนเช้าที่มากเวลานี้ละ หมูนี้เป็นร้อยๆ ไหลลงมา ทางโน้นก็จัดอาหารให้พอเลย
พออิ่มแล้วเขาก็ไปเขาไม่มายุ่ง พออิ่มแล้วก็ไหลขึ้นไปเลย นกยูงก็เหมือนกันอิ่มแล้วไปเลยส่วนใหญ่นะ
ส่วนย่อยก็อยู่ตามนั้นกินตามนั้น นี่วัดป่าหลวงตาบัวเป็นโรงเลี้ยงสัตว์
ท่านจันทร์ก็พอดีเข้ากันได้กับสัตว์ กับสัตว์ท่านเข้ากันได้ดี
เมตตาสัตว์ ก็อยู่ด้วยกันได้สบาย ตกลงก็คงไม่มีแหละไอ้เรื่องภาวนานั้นคงไม่มี
มีแต่วนกับสัตว์ตัวนั้นสัตว์ตัวนี้อยู่อย่างนั้นแหละ ก็มันสัตว์เต็มวัด
พวกวัวพวกควาย เสือตั้ง ๑๐ ตัวกว่าตัว เสือโคร่งนะ เสือกับสัตว์เหล่านั้นเลยเป็นเพื่อนกัน
ทีแรกพวกวัวพวกควายนี้ร้องโอ้กอ้ากๆ พอเห็นเสือวิ่งเข้าป่าเข้ารก
เสือก็ไล่ ไล่ไปก็โดดขึ้นบนหลังวัวหลังควาย ฟังเสียงร้องอ้ากๆ
ขึ้น เขาไม่ใช่อะไรนะเขาหยอก เข้าใจไหม เขาไล่กันไป ไล่ควายก็ไล่โดดขึ้นบนหลัง
ควายตกลงก็หมอบร้องอ้ากๆ เขาไม่ทำไมนะ คือเขาหยอก เสือหยอกควายนี้ควายมันจะตายมันกลัว
หยอกวัวหยอกควาย เสียงร้องอ้ากอี้กๆ ไอ้เสืออยู่บนหลัง มันขบขันดีนะ
คือไม่ทำไม แล้วก็ไม่ใช้เล็บ เล็บไม่ใช้ กัดก็ไม่กัด มีแต่หยอกเล่น
แต่ควายตั้งแต่เกิดมามันคุ้นเสือเมื่อไรใช่ไหม เพราะฉะนั้นเขาถึงวิ่ง
วิ่งเสือก็ไล่ ไล่โดดขึ้นบนหลัง ควายก็หมอบร้องอ้ากๆ โอ๊ย ขบขันดี
ตัวหนึ่งเล่นตัวหนึ่งกลัว เดี๋ยวนี้อยู่ด้วยกันได้แล้วนะ ที่ว่านี้ว่าแต่เริ่มแรก
เดี๋ยวนี้อยู่ด้วยกันได้แล้ว ไม่ว่าเสือว่าวัวว่าควายอยู่ด้วยกันได้สบายเลย นี่อำนาจเมตตาธรรม ไม่มีอะไรกันเลย
. ให้พร......