เถระวาจา และ พระธรรมเทศนา
ของ หลวงตา พระมหาบัว ญาณสัมปันโน
ณ ศาลาวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน
ในวันที่ท่านเมตตามาเยี่ยมวัดฯ ( ๒๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗)

(ช่วงแรก หลวงตาฯ สนทนากับพระอาจารย์จันทร์-เจ้าอาวาส)
หลวงตาฯ ถามเกี่ยวกับโครงการบ้านเสือว่า…. เมื่อทำที่อยู่ให้มันแล้ว จะมีอะไรอีก

พระอาจารย์ : เมื่อพวกมันอยู่ในนั้นแล้ว ออกลูกมาก็จะนำลูกมันกลับคืนสู่ป่าครับผม
หลวงตาฯ : แล้วเขาจะไปยังไงละ เดี่ยวจะกลับขึ้นมาหาคนอีก
พระอาจารย์ : มีนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยฯมาช่วยทำโครงการครับผม..เช่นอาจจะฝังmicrochip.ที่จะติดตามดูแลพวกเขาเมื่อปล่อยกลับสู่ป่า
หลวงตาฯ : คนคงมาไม่ขาดละนะ กลางวี่กลางวันคนคงมาไม่ขาดละนะหรืออย่างไร
พระอาจารย์ : ครับคนมาไม่ขาด
หลวงตาฯ : เขามาดูเสือดูสัตว์ต่างๆ ในวัดนี่มีสัตว์หลายประเภทไหม
พระอาจารย์ : มีทั้งหมด 19 ประเภทครับผม
หลวงตาฯ : ไม่ใช่เล่น ๆ นะพวกเสือ พวกกวาง เก้ง ละมั่ง เลียงผา นกยูง
พระอาจารย์ : มีพวกละมั่ง เลียงผา หมูป่า นกยูง เนื้อทราย
หลวงตาฯ : พวกเขามาวันละหนหรืออย่างไร
พระอาจารย์ : ตอนเช้าหนึ่งหนตอนพระล้างบาตรครับผม แล้วก็ตอนเย็นประมาณ 5 โมงกว่าๆ ครับผม มามากกว่าตอนเช้า โดยมากจะเป็นพวกหมูครับผม
หลวงตาฯ : แล้วมาตอนนั้นได้อะไรให้เขากินล่ะ
พระอาจารย์ : ก็เอาอาหารที่เหลือจากกรงเสือครับผม
หลวงตาฯ : แล้วเขาพอกินกันไหมตอนเย็น
พระอาจารย์ : ตอนเย็นก็พอหล่ะครับ แต่ก็อืดหน่อยครับผม ก็พอมีพวกฟักที่เอามาให้ไว้ตอนเย็น…..พวกฟักเขียว ตอนเย็นก็มากิน กุ๊บกั๊บ
หลวงตาฯ : โอ้…วัดนี้เลยเป็นวัดเลี้ยงสัตว์นะ หลายประเภทนะ แต่ก็ยังดีที่มีอาหารให้เขากิน เพราะสัตว์
มันมากต่อมาก เช่นหมูก็เป็นร้อย ๆ ใช่เล่นเมื่อไร ตอนเช้ามากินแล้วตอนเย็นมาอีก เวลาเขามานี้ ..ลักษณะเขามีดุไหม
พระอาจารย์ : จะมีหัวหน้าพามาครับผม หัวหน้าชื่อไอ้แหลมครับผม ผมตั้งชื่อให้ว่าไอ้แหลม มันต่อสู้กับหัว
หน้าเก่าครับผม แล้วมันขวิดหัวหน้าเก่าตาย ตัวมันเองก็เป็นแผลข้างหลัง มันก็เลยเป็นหัวหน้าใหม่ ผมก็เลยตั้งชื่อว่า ไอ้แหลม
หลวงตาฯ : อ๋อ..แล้วหัวหน้าเก่าชื่อว่าไงหล่ะ (ญาติโยม..เฮ) แน่ะ..มันก็มีหัวหน้าเหมือนกันนะ สัตว์ก็ยังมี หัวหน้า แล้วตัวเก่าเป็นไง
พระอาจารย์ : ตัวเก่าตาย เพราะตัวเล็กกว่า สู้ไม่ได้
หลวงตาฯ : ไอ้พวกงูคงจะไม่มีละมั้ง ถ้ามีหมู..นะ
พระอาจารย์ : ครับ ไม่มีครับผม
หลวงตาฯ : คืองูนี้... มีไม่ได้ถ้ามีหมู กินหมดเลย งูชนิดไหนหมูถือเป็นอาหารทั้งนั้นแหละ กินหมด……นี่ไม่มีงูนะ หมูมากๆแล้ว…งูนี้หมดแหละ
พระอาจารย์ : เมื่อก่อนยังพอมีงูสายม่าน..งูเลื้อยไวๆน่ะครับผม งูเขียวขึ้นต้นไม้ แต่ปีนี้ไม่มีแล้วครับ
หลวงตาฯ : อ้อ.หมูอยู่ที่ไหน พวกงูนี่หมดนะ เราถามเพราะที่วัดนาคำน้อยแต่ก่อนงูชุมมาก มีทุกชนิด งูจงอาง งูเหลือมมีเยอะแต่ก่อน เดี่ยวนี้หมดเลย หมูกินหมด
…ที่เราคิดไว้เพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์แก่สัตว์และเป็นมรดกต่อไป จึงต้องทำกำแพง ถ้าไม่มีกำแพงไม่ได้..หมด ไม่มีเหลือ แม้แต่พวกสัตว์อยู่ในวัดก็ไม่มีเหลือ ฆ่าหมด ขโมยทุกแบบ ดักบ้างอะไรบ้าง ที่นี้เข้าไม่ได้ ทำกำแพงรอบหมด นี่ก็ปลอดภัย ทุกสิ่งทุกอย่างในวัดก็ปลอดภัย…
วัดเรา….วัดป่ามีอยู่ที่ไหน..สัตว์ชุมหมด เพราะเป็นที่ให้ความร่มเย็นปลอดภัยแก่สัตว์เหล่านี้ ที่วัดป่าบ้านตาด มันเป็นทำเลผู้คน จะเอาสัตว์ใหญ่มาปล่อยไม่ได้นะ เพราะคนเที่ยวเพ่นพ่านไปมา แม้แต่งูในวัด แต่ก่อนมีชุม…งูจงอาง งูเห่า งูสามเหลี่ยมเต็มอยู่ในวัด แต่ก่อนคนยังไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง ไอ้งูกับพระก็อยู่ด้วยกันเลยนะ ไม่เคยมีอะไรกัน กลางวันพระกับงูเจอกันวันหนึ่งไม่ทราบกี่หน ไม่มีอะไรกัน เขาก็ไปของเขา พระเดินไปเห็นก็ผ่านไปเสีย..เพราะเราสั่งไว้เรียบร้อย เป็นคำสั่งเลยนะไม่ใช่คำสอน "ห้ามไม่ไห้หยอกเล่นกับเขา จับต้องจับตาหยอกเล่นห้ามทั้งหมด" เพราะสัตว์เหล่านี้เขาไม่ถือว่าเล่น ทำอะไรเขาๆจะคิดว่าจริงต่อเขา นี่เขาจะผูกโกรธ พอได้โอกาสเจอกันนี่…จะฉกปั๊บเอาเลย เราจึงต้องระวัง เวลาเจอเขา ไม่ว่าองค์ใดให้ทำแบบเดียวกัน เหมือนไม่รู้ไม่ชี้ พอเขาออกมา..ผ่านไปผ่านจนหางหายเข้าไป งูในวัดนี้จะเชื่องมาก รู้สึกงูจงอางจะเชื่องมากนะในบรรดางูทั้งหลายที่อยู่ในวัด…เหมือนสัตว์เลี้ยงเข้ามาในโรงครัว เวลาพระท่านฉันน้ำร้อน...เขาก็เข้ามาตรงกลาง มาแล้วเลื้อยไป ไม่สนใจกับคนเพราะคนไม่มีอะไรกับเขา ครั้นต่อมา ๆ คนมากเข้า ๆ อดคิดไม่ได้…เพราะคนไม่รู้เรื่องรู้ราว มาเจอสัตว์อะไร หลอกเล่นบ้างอะไรบ้างล่ะ ทีนี้สัตว์เขาผูกโกรธผูกแค้นซิ เดี๋ยวกัดคนตาย…เลยต้องเอางูเหล่านั้นไปปล่อยนะ ไปปล่อย 7 ตัว 8 ตัว งูจงอางใหญ่ๆนะ นอกนั้นจำไม่ได้ เฉพาะจงอางพอจำได้บ้าง ที่อยู่กับเราเป็นสัตว์เลี้ยงหมด ไม่กลัวคน เราเดินไปไหน..เขาก็อยู่ของเขา ๆ ก็ผ่านเลยไป เขาก็อยู่ของเขา พอเราไปถึงกลางทาง เดินไปนี้ เขาก็หมอบ พอเราผ่านไปนี้ เขาก็ไปแน่ะ…คือไม่มีอะไรกัน ไม่หยอกไม่เล่นก็เลยชิน เลยรู้นิสัยของคน ไม่กลัว งูจงอางรู้สึกจะเชื่องกับคน ไม่แสดงฤทธิ์เดชนะ เอาไปปล่อย พอเปิดปากถุง ไล่เขาออกเขายังไม่อยากออก เขายังอย่างอยู่อย่างนั้นกับเรา เฉย….โอ้น่าสงสาร จะเอาไปปล่อยก็เอาไปปล่อยที่ปลอดภัยนะ ในป่าในเขาที่ปลอดภัย เช่นที่ถ้ำบ้างอะไรบ้าง เช่นถ้ำกลองเพล เป็นป่าเป็นเขา เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว เราไม่ให้มีเพราะคนมาก รักษาไม่ไหว กลัวเป็นอันตรายต่อคน..เลยจับหมด บรรดางู ไม่เอาไว้เลย แต่ก่อนงูชุมที่วัดป่าบ้านตาด เดี๋ยวนี้ไม่มี…
….ที่นี่คนคงจะเข้าออกเรื่อยๆมั้ง เพราะเป็นทำเลที่คนสนใจพวกสัตว์ การภาวนาของพระเรามีภาวนาไหมหล่ะ
พระอาจารย์ : ภาวนาทุกเย็นครับผม 7 โมงเย็น ภาวนาที่นี่ ฟังเทปพ่อแม่ครูจารย์ฯ..ฟังถ่ายทอดสดจาก Internet จากสวนแสงธรรมมาถึงนี่ เพราะที่นี่มีสถานีตั้งรับอยู่ครับผม มีสถานีวิทยุอยู่ข้างหน้าวัดทั้งส่งและรับและออกกระจายเสียงในจังหวัดกาญจนบุรีได้ครับผม…. 1 กิโลวัตต์
หลวงตาฯ :

……….ธรรมะทางวิทยุกำลังกระจายกว้างขวาง ออกไปทุกวันๆ ให้พากันตั้งใจภาวนานะพระเรา สำหรับวัดป่าบ้านตาดปฏิบัติเคร่งครัดอยู่เสมอต้นเสมอปลายตลอดมา ไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งเลยเขตของพระ มาบริเวณศาลาเท่านั้นพอ เว้นแต่บุคคลที่รับใช้พระ ผู้ชายคนสองคนที่รับใช้พระเท่านั้น วัดนี้ไม่เคยลดหย่อนผ่อนผันทางภาคปฏิบัตินะ ถึงผมช่วยโลกช่วยสงสาร หากมีความจำเป็น ก็ให้พระมาช่วยแค่ชั่วระยะ แล้วปล่อยไล่เข้าป่าเลย ไม่ให้เข้ามาเกี่ยวข้อง ทางภาคปฏิบัติ เราถืออย่างมั่นคงมาก จะมีอะไรก็ตาม ไม่ให้มากระทบกระเทือนภาคปฏิบัติธรรมะของเรา คงเส้นคงวาตลอดมา ส่วนช่วยโลกก็เป็นประเภทของโลก ก็เป็นเรื่องของผมไป จะไม่ไปรบกวนพระ ให้พระปฏิบัติ นอกจากมีเวลาจำเป็น พระจะช่วยได้บ้างก็ยกให้เสีย ปกติจะเป็นอย่านั้นแหละ พระจะทำภาวนาตลอดนะ
ธรรมเท่านั้นที่จะครองโลกให้โลกสงบร่มเย็น นอกนั้นไม่มี ที่จะทำสงบร่มเย็นให้โลกไม่มี มีแต่กิเลสกับมีไฟเผากันเท่านั้น ใครจะมีความรู้สูงต่ำ..ก็ความรู้ของนักโทษในเรือนจำ มันวิเศษวิโสอะไร ความรู้ของนักโทษในเรือนจำ มันไม่มีค่าอะไรที่จะให้ความสุขความเจริญเจริญแก่โลก ไม่มี…เพราะไม่มีอะไรนอกเหนือจากธรรม…ธรรมครอบหมด ความรู้ของนักโทษในเรือนจำมันจะเหนือธรรมได้อย่างไร ธรรมครอบไปหมด พิจารณาละเอียดลออยิ่งกว่าโลกเป็นไหน ๆ ให้พากันพิจารณา…….
เกิดกับตายกองอยู่นี้จากกาลไหนๆมา ไม่มีที่จะน่าตื่นเต้นที่ตรงไหน ดูธรรมภายในใจให้ธรรมเจริญภายในใจ สติธรรม ปัญญาธรรม ให้ติดแนบกับหัวใจ พิจารณาความเคลื่อนไหวของใจเป็นอันดับหนึ่ง นี่เรียกมหาภัย…อยู่ที่ใจ ท่านสอนให้ภาวนา ให้ดูมหาภัยอยู่ที่ใจ มหาคุณจะปรากฎขึ้นมาคือธรรม สติธรรมขึ้นก่อน สติธรรม ปัญญาธรรม วิริยะธรรม ขันติธรรม ความพากความเพียร ความอดความทน ด้วยสติ ด้วยปัญญา พิจารณาตัวอยู่รอบด้าน อยู่ด้วยความสำรวมระวัง ความเคลื่อนไหวของใจซึ่งเป็นมหาเหตุ มันจะคิดอยู่ตลอดเวลา ส่วนมากคิดแต่เรื่องกิเลสทั้งนั้น เรื่องธรรมออกไม่ได้นะ ต้องได้บำรุงธรรม สติธรรมเป็นสำคัญ ไม่ให้มันคิดมากในสิ่งที่เป็นภัยต่อตัวเอง ให้คิดแต่สิ่งที่เป็นคุณมากเข้า ๆ..หนักเข้า ๆ ความคิดที่เป็นคุณคือธรรมก็หนักเข้าเรื่อยๆ ความคิดเป็นกิเลสตันหาเป็นฟืนเป็นไฟก็เบาลงๆ ต่อไปนั้นก็เย็นใจ
มันเย็นอยู่ที่ใจ มันร้อนอยู่ที่ใจ ทุกข์อยู่ที่ใจ สุขอยู่ที่ใจ เพราะฉะนั้น ท่านจึงสอนให้ลงที่ใจ ที่เรียกว่ามหาเหตุ ให้ดูที่ตรงนั้น ดูมหาเหตุด้วยธรรม ไม่ให้มันคิดมันปรุงในทางที่เป็นฟืนเป็นไฟ ให้คิดให้ปรุงในทางที่เป็นอรรถเป็นธรรม ส่งเสริมธรรมในใจ ใจก็จะมีความสงบร่มเย็นขึ้นมา สง่าผ่าเผย และมองเห็นความแปลกประหลาดอัศจรรย์มากน้อยขึ้นที่ใจผู้บำรุงรักษาอยู่นั้นแล นอกจากนั้นมีแต่จะให้กิเลสมาบำรุง มีตั้งแต่ไฟเผาคลอกเวลา ให้พากันเน้นหนักทางด้านความเพียร…. เอาล่ะทีนี้ผมจะกลับแล้ว.. ไม่มีอะไร…
ผมมาเยี่ยมเสือเฉยๆนี่แหละ ไม่ได้มานาน วันนี้เลยมาเยี่ยม มีเสือหลายตัวนะ มาเห็นสัตว์ที่น่ากลัว กลายเป็นสัตว์น่ารักอุ้ยอ้าย ๆ ไปสบาย ๆ พอเห็นเรา..เอามือปั๊บออกมาเลยนะ แต่เราระวังแล้ว…มันปั๊บออกมา มันก็ไม่ถูกเรา มาคราวที่แล้วไม่ได้ระวัง เราเดินข้างนอกกรง เขาอยู่ในกรง พอเราเดินเขาก็เดินฉาบไป นึกว่าเขาจะไม่ทำอะไร..เขาก็ไปสบายๆ…เป็นสุภาพบุรุษนั้นแหละ…สุภาพเสือ พอผ่านเราไปก็ป๊าบ…นี้เลย..เอาหลังเรา …ปั๊วเลย…. เรามองไป เขาก็เดินเฉยไปโน้นนะเขายังสุภาพอีก....มันฟาดหลังเราแล้วน่ะ..เรายังอดรักเขาไม่ได้นะ คือเขาเดินฉาบไปเฉยๆนะ เราก็เดินไปนี้ พอพ้นสายตาเราปั๊บ..เขาเอาแล้วนี่..ข้างหลัง..สอดออกมาปั๊บเลย…ปั๊ว..เรามองไปนี่..เขาเดินไปแล้ว..เฉย..เฉยๆไปเลย กูจนเจ็บหลังนี่น่ะ..ว่าไปคราวนี้ต้องระวัง..ปั๊บออกมาเลย แต่เรารู้อยู่แล้ว..มันก็ไม่ถึงเรา เราไม่ไปใกล้ถึงตัวมันคราวนี้ เราไปห่างๆมันนี้ ปั๊บออกมา..คงจะเป็นตัวที่มันเคยนั้นแหละ…มันเร็วนะเสือ..เร็วที่สุด..
จากนี้ผมก็จะกลับแล้วนะ ก็ไม่มีอะไรหล่ะ มาเยี่ยมเสือเฉยๆ ให้พากันปฏิบัติ..อยู่เย็นเป็นสุข ปฏิบัติหน้าที่การงานภาวนา เท่านั้นหล่ะนะ ไม่มีอะไร ออกจากนี้ก็จะกลับวัดเลย

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~